Ella and Louis คู่ดูโอ้ชายหญิงที่ดีที่สุดในโลกของแจ๊ส

ella-to-louis

ดนตรีแจ๊สไม่ได้มีเพียงแค่จุดเด่นด้านเครื่องดนตรีอย่างเดียวเท่านั้น เสียงร้องของนักร้องนำเองก็มีส่วนสำคัญทำให้ดนตรีแจ๊สกลายเป็นดนตรีที่โด่งดังมีเอกลักษณ์ด้วย ส่วนใหญ่ดนตรีแจ๊สมักจะเป็นการร้องเดี่ยว หรือ ร้องหมู่ซะมากกว่า แต่ร้องคู่ไม่ค่อยมี ยิ่งร้องคู่ชายหญิง หายากไปอีก อย่างไรก็ตามมีการจับคู่นักร้องชายหญิงครั้งหนึ่งต้องยอมรับว่านี่คือคู่ดูโอ้ชายหญิงดีที่สุดในโลก ของแจ๊สเลยก็ว่าได้

Ella and Louis คู่ดูโอ้ดีที่สุด

คู่ดูโอ้ของเราวันนี้ ฝ่ายหนึ่งเป็นนักร้องแจ๊สหญิงอันดับ หนึ่งของโลกในยุคนั้น (อาจจะตลอดกาลก็ว่าได้) เธอชื่อว่า Ella Fitzgerald ฝ่ายชายคือ Louis Armstrong ชายหนุ่มคนนี้ถือว่ามีความสามารถทางดนตรีข้นคลั่กมาก เค้าเคยเป็นนักดนตรีมาก่อนจากนั้นผันตัวมาเป็นนักร้องนำ เมื่อคู่นี้มาพบกันมันเหมือนกับเป็นการจัดคู่ดีสุดของทั้งสองฝั่งมาอยู่ร่วมกัน เคมีการร้องก็ลงตัวมาก อยากให้ลองไปฟังเพลงของทั้งคู่ชื่อว่า Summertime กับเพลง Cheek to Cheek ดูได้

Ella-Louis

Ella ชีวิตอันยากลำบาก

กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องเพลงแจ๊ส แถวหน้าของโลกได้ต้องบอกว่าไม่ง่ายเลยชีวิตของ Ella ต้องใช้คำว่าปากกัดตีนถีบก็ได้ เธอเกิดในย่านคนจน ทำให้แม่กับพ่อบุญธรรมของเธอต้องขยันเพื่อหาเลี้ยงคนในครอบครัว ชีวิตยังแย่ไม่พอ หลังจากนั้นไม่นานเธอกำลังเข้าสู่วัยรุ่น แม่เธอก็ต้องมาจากไป เท่านั้นไม่พอ พ่อบุญธรรมก็มาตายตามไปอีก เธอกับน้องชายต้องฟันฝ่าอะไรมาเยอะเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ยิ่งตอนไปอยู่กับน้าสาวซึ่งเค้าแทบไม่ชอบเธอเลยคงรู้ดีนะว่าจะเจอกับอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตามพระเจ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอมากเกินไปนัก ท่านประธานความบังเอิญจนไม่เชื่อมาให้ กล่าวคือคืนหนึ่งในขณะที่เธอกับเพื่อนกำลังจะไปลงสมัครเต้นเพื่อล่ารางวัล เธอกลับเห็นว่าคู่แข่งเก่งกว่าเธอจะเอาชนะได้ เธอเลยเปลี่ยนแผนด้วยการไปลงแข่งร้องเพลงแทน ปรากฏว่าชนะขาด นั่นทำให้เส้นทางดนตรีของเธอเกิดขึ้น พรอีกข้อหนึ่งคือเธอจะสามารถร้องเพลงกับเนื้อร้องยังไงก็ได้ทั้งรวบคำ ฉีกคำ แยกคำ โดยนักดนตรีไม่ต้องปรับคีย์ตาม

Louis ชีวิตต้องดิ้นรน

ฝั่ง Louis เองก็ไม่ใช่ย่อย ชีวิตของเค้าต้องปากกัดตีนถีบสู้มาตลอด เริ่มจากตอนเด็กครอบครัวเค้าเป็นชนชั้นกรรมกร แม่เป็นโสเภณี ยังไม่พอเค้าต้องมาโดนพ่อแม่ทิ้งไปอีก เลยต้องระเห็จไปอยู่กับย่าทำให้เค้าต้องดิ้นรนร้องเพลงประสานเสียงหาเงินเลี้ยงตัวเอง จากนั้นก็มาเรียนรู้เรื่องดนตรีจากสถานพินิจตอนโดนจับ พอออกจากตรงนั้นมาก็เรียนรู้ดนตรีมาเรื่อยๆจนกระทั่งเป็นวัยรุ่นเค้าเลือกเป่าทรัมเป็ตเป็นหลัก พอแก่ตัวลงเลยปรับมาร้องนำเพื่อรักษาสุขภาพถือว่าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่สู้บนถนนดนตรีมาตลอดชีวิต

Comments are closed.