Charlie Parker แจ๊สชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่

Parker

Charles “Bird” Parker, Jr. หรือบรรดานักฟังเพลงแจ๊สตัวยงจะรู้จักกันดีในชื่อ Charlie Parker เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ.1920 เป็นนักอัลโตแซ็กโซโฟนแจ๊สชาวอเมริกัน ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นบิดาแห่ง “Bebop” เกิดที่เมือง Kansas City มลรัฐ Texas สหรัฐอเมริกา บิดาของเขาเป็นพ่อครัวบนรถไฟที่อดีตเคยเป็นนักเปียโนและนักเต้นรำมาก่อน ส่วนทางด้านมารดาทำงานที่สถาบันการเงินแห่งหนึ่ง Charlie เริ่มเล่นแซ็กโซโฟนเป็นครั้งแรกตอนอายุเพียง 11 ปี โดยเช่าแซ็กโซโฟนมาเล่น เขาไม่ได้ร่ำเรียนศาสตร์นี้อย่างเป็นระบบ หากแต่หัดเล่นรวมทั้งค้นหาประสบการณ์บนเวทีด้วยตัวเอง จนวันหนึ่งมือกลองทนฟังเขาเล่นไม่ได้อีกต่อไป ขว้างฉาบใส่ขณะเขากำลังเป่าแซ็กฯ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ Charlie ถึงกับโกรธแค้นมาก จึงกลับไปเรียนรู้ทฤษฎีเพิ่มเติม โดยการสังเกตพร้อมฟังเพลงจากนักดนตรีรุ่นใหญ่ ฝึกฝนอย่างหนักจนถึงอายุ 15 ปี ทำให้เสียงดนตรีของเขามีความแตกต่างจากสไตล์การเล่นในสมัยนั้นอยู่มาก ชื่อเสียงเริ่มโด่งดังไปทั่วเมือง Kansas City กระทั่งได้รวมวงกับ Count Basie วงดนตรีชั้นนำของเมือง จากนั้นก็พยายามพัฒนาเทคนิคมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 1937 เขาร่วมวงกับ Jay McShann ในการออกทัวร์เล่นดนตรีตาม Night Club ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา อีก 2 ปีต่อมา เขาได้ย้ายไปมหานคร New York ทำงานเป็นนักดนตรีพร้อมประกอบอาชีพอื่น ๆไปด้วย เช่น ล้างจาน จากนั้นจึงร่วมวงกับ Earl Hin, Dizzy Gillespie ก่อนจะแยกตัวออกมาตั้งวงของตนเองในภายหลัง สมัยนั้นยังเป็นยุคที่ดนตรี Swing และ Big Band กำลังเฟื่องฟูถึงขีดสุด แต่ Charles กลับรู้สึกเบื่อหน่ายกับรูปแบบอันซ้ำซาก เขาจึงแสวงหาแนวทางใหม่ๆ อยู่เสมอ ด้วยการเข้าไปร่วมบรรเลงกับนักดนตรีคนอื่น ๆ ในวงขนาดเล็ก และเล่นดนตรีตามความชอบของตัวเองเป็นหลัก จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่กำลังมีส่วนร่วมกับเพลง “Cherokee” กับ William “Biddy” Fleet เขาก็ลองเล่นตาม “เสียงที่ได้ยิน” ออกมาเป็นครั้งแรก จนกระทั่งกลายเป็นแจ๊สแนวใหม่เรียกว่า “Bebop” ซึ่งเป็นดนตรีที่เล่นในทำนองรวดเร็ว เข้าถึงอารมณ์ มีจังหวะซับซ้อน รวมทั้งมีการด้นสดซึ่งบิดผันทำนองเดิม ๆ ไปมาก แต่ในขณะเดียวกัน นักดนตรี Big Band มีชื่อหลายคนอย่าง Tommy Dorsey และ Louis Armstrong ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า “Bebop” ทำให้แจ๊สถอยหลังเข้าคลอง แต่ถึงกระนั้น “Bebop” ก็ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก จนเติบโตต่อมากลายเป็น Cool Jazz , Hard Bop , Modal Jazz , Free Jazz ในที่สุด จึงเรียกได้ว่า “Bebop” เป็นการปฏิวัติวงการแจ๊สไปสู่ยุคใหม่ Charlie ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักดนตรีที่ขยันฝึกซ้อม , ชอบหาเทคนิคใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะค่อนข้างเอาแต่ใจและขาดความรับผิดชอบก็ตาม นอกจากนี้ข้อเสียของเขาอีกด้าน คือ ติดเหล้ากับเฮโรอีน อย่างหนัก ทำให้เขาต้องจากไปในวัยหนุ่มเพียง 34 ปี ในวันที่ 12 มีนาคม 1955 ด้วยอาการปอดอักเสบ

Comments are closed.