ดนตรีกับความผูกพันที่มีต่อชีวิตของมนุษย์

Music-and-commitment

ในปัจจุบันนี้เราทุกคนต่างได้ยินเสียง ‘ดนตรี’ กันทุกหนทุกแห่ง แต่คุณทราบหรือไม่ว่าคำว่า ‘ดนตรี’ เกิดขึ้นมาได้อย่างไรและดนตรีแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ สำหรับวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปหาคำตอบกัน

ย้อนไปในสมัยอดีตกาลดนตรีเกิดขึ้นมาจากธรรมชาติ ซึ่งได้มีการผสมผสานรวมเข้ากับชีวิตของมนุษย์ โดยที่มนุษย์ไม่อาจรู้ตัวได้เลย เมื่อรู้อีกทีดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว โดยดนตรีเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่ต้องฝึกฝนฝีมือ ฝึกฝนทักษะและเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะสามารถเล่นดนตรีได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยเสียงดนตรีทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกได้หลากหลาย เช่น เกิดความรู้สึกเพลิดเพลินจำเริญใจ เกิดความรู้สึกสนุกสนาน เกิดความรู้สึกเศร้าสร้อยหรือแม้แต่เกิดกำลังใจ ก็ได้ทั้งนั้น

ดนตรีอยู่คู่กับชีวิตของมนุษย์มาอย่างแน่นเฟ้น ไม่ว่าจะเป็นดนตรีที่บรรเลงในงานพิธีมงคลต่างๆ หรือดนตรีที่บรรเลงในงานอวมงคล ดนตรีที่ใช้ในการเฉลิมฉลองวันสำคัญสำคัญต่างๆ เป็นต้น

เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร

นอกจากนี้ ดนตรียังเป็นงานศิลปะอีกประเภทหนึ่งที่ใช้เสียง เป็นเครื่องมือสื่อสาร ข้อความรวมทั้งสื่อสารอารมณ์ต่างๆออกไปในวงกว้าง ดนตรีได้รับการยกย่องให้เป็นภาษาสากลของมนุษยชาติ โดยบางครั้งคุณผู้อ่านอาจเคยฟังดนตรีภาษาต่างประเทศ ที่คุณไม่รู้ความหมายแต่เมื่อฟังแล้วรู้สึกชอบ และสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ผู้ประพันธ์ต้องการสื่อออกมาเพราะฉะนั้นคุณจึงสามารถเห็นได้ว่า คำว่า ‘ดนตรี’ ในปัจจุบันนี้มีความหมายกว้างมาก หากแต่ความหมายโดยพื้นฐาน อธิบายถึงเสียงที่นำมาร้อยเรียงเข้ากับจังหวะและท่วงทำนอง จนกระทั่งกลายเป็นดนตรีขึ้นมานั่นเอง

มนุษย์ได้นำดนตรีเข้าไปประกอบกับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน เช่น ประกอบเพลงภาพยนตร์, ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น ดนตรีสามารถสร้างอารมณ์ให้แก่สิ่งต่างๆ ได้ เช่น ถ้านำไปประกอบในพิธีทางศาสนา ก็จะทำให้พิธีนั้นเกิดความศักดิ์สิทธิ์แลดูมีมนต์ขลังน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มนุษย์ก็ยังใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือแบ่งความรับรู้ที่มีต่อกลุ่มคนต่างๆ เช่น วัยรุ่นตามต่างจังหวัดก็จะชอบฟังเพลงลูกทุ่งเพลงเพื่อชีวิตหรือเพลงหมอลำ, ส่วนวัยรุ่นในเมืองก็จะชอบฟังเพลงที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน มีจังหวะอันสุดเร้าใจ ส่วนพูดส่วนหญิงสาวก็อาจชอบฟังเพลงที่เกี่ยวกับความรัก หวานซึ้งเป็นต้น

กว่าที่ดนตรีจะแพร่หลายดังเช่นปัจจุบันนี้ มนุษย์ก็ได้มีการพัฒนาปรับปรุงและแตกแขนงดนตรีออกมา เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 1,000 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นดนตรีจึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาโดยตลอด จนไม่อาจแยกออกจากกันได้

หากแต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีมนุษย์ส่วนหนึ่งที่ไม่เข้าใจว่าดนตรีมีประโยชน์ต่อชีวิตอย่างไร ทั้งๆ ที่โดยพื้นฐานแล้วถ้าอ้างอิงจากพื้นฐานปัจจัย 4 ไม่มีดนตรีก็ได้ ซึ่งต้องขอตอบว่า ดนตรีคือสิ่งที่เรียกว่านามธรรม หากแต่มนุษย์ส่วนใหญ่เข้าใจในเรื่องของสิ่งของที่เป็นรูปธรรมมากกว่า เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจว่าทำไมดนตรีถึงได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่ม เพราะสิ่งนี้ เป็นไปในแง่ของจิตจิตวิทยาไม่ใช่ ในแง่ของทุนนิยมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

และสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์โลกชนิดอื่นๆ เพราะมนุษย์เข้าใจนามธรรมได้ นอกจากนี้ถ้ามองในแง่ของแนวคิด ‘การดำรงอยู่’ กับ ‘การดำรงชีวิต’ ทั้ง 2 คำนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับการดำรงอยู่ ก็คือ นำการใช้ชีวิตของสัตว์โลกทั่วไปอย่างกินนอนสืบพันธุ์และใช้ชีวิตจนกระทั่งตาย แต่ความหมายของการดำรงอยู่ คือการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุข โดยที่มนุษย์ไม่ได้ต้องการเพียงสิ่งของที่มาจากปัจจัย 4 เท่านั้น เช่น อยากผ่อนคลาย อยากใช้ดนตรีในการยกระดับจิตใจของตนเองให้สูงขึ้น และนี่ก็คือความสำคัญของดนตรี

Comments are closed.